Showing posts with label ต้นกำเนิด Honda RC213V. Show all posts
Showing posts with label ต้นกำเนิด Honda RC213V. Show all posts
Monday, August 24, 2015
ต้นกำเนิดแชมป์ ต้นกำเนิดความแรง Honda RC213V
จากการที่ Marc Marquez คว้าชัยอย่างไม่หยุดตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งถือว่าเป็นปีแรกที่เค้าได้ขึ้นมา
ทำการแข่งขันในรุ่นใหญ่สุดของโลกรถแข่งโรงงาน และรับแชมป์โลกมาครองได้อย่างขาวสะอาด
จนมาในปี 2014 นี้ ตั้งแต่เปิดฤดูกาลมาก็ยังไม่มีท่าทีว่าความแรงจะสร้างลงแม้แต่น้อย
ไม่ว่าจะเจอกับสภาพสนามที่มีทั้งโค้งกว้างไฮสปีดสุดๆ ไปจนถึง สนามที่มีลักษณะโค้งหักศอกแบบไร้เยื่อใย
แม้กระทั่งสภาพอากาศทั้งกลางวันและสนามกลางคืนที่ การ์ต้าเซอร์กิต ไปจนถึงสภาพอากาศ
ที่ทั้งแห้งและเปียก Marc Marquez สามารถผสานพลังเป็นหนึ่งเดียวกับ Honda RC213V
รับแชมป์ประจำสนามมาได้ตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2014
นับว่าเป็นความสุดยอดที่ผสมผสานกันระหว่างนักแข่งและรถแข่งอย่าง Honda RC213V อย่างชัดเจน
ซึ่งกว่าที่ Honda RC213V จะกำเนิดมาได้นั้นต้องบอกว่า มีต้นกำเนิดที่น่าสนใจพอสมควรเลยทีเดียว
ตั้งแต่มีการประกาศในปี 2000 ว่าการแข่งขันรถสูตรโรงงานจะทยอยเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ 500 ซีซี 2 จังหวะ
เป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ พร้อมกับกติกาแฮนดี้แคปเพิ่มความจุให้กับ 4 จังหวะ เพราะในสมัยนั้น 4 จังหวะ
จะเสียเปรียบ 2 จังหวะในเรื่องของความแรง ในปี 2001 จึงมีการผลิตตัว 990 ซีซี ออกมาและ
มีการประกาศศักดาเต็มตัวในปี 2002 ที่ Honda 4 จังหวะสามารถคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ
กับรถรหัส Honda RC211V ที่เป็นรถสูตรโรงงาน 4 จังหวะในยุคมิลเลเนี่ยม ซึ่งรหัส 211 V
นั้นก็มาจากการพัฒนาตัวรถครั้งใหญ่ในศตวรรษที่ 21 และ V นั้นก็มาจากพื้นฐานเครื่องยนต์ที่ตั้งในตัวรถ
เป็นลักษณะตัว V ก่อนที่จะไปตระเวณล่าแชมป์จนมีกติกาให้ตอนความแรงออกเพราะดูเหมือนว่าการ
พัฒนา 4 จังหวะยุคใหม่นั้น แรงมากเกินความคาดหมายจริงๆ
รหัส Honda RC211V ในช่วงปี 2002-2006 มีการพัฒนาแรงม้าขึ้นมาตามลำดับหลังจากมีการตอนซีซีลง
ไปให้น้อยกว่าตอนเปิดตัว ในปี 2003 แรงม้าสูงสุดของ Honda RC211V อยู่ที่ 197 แรงม้า
กับน้ำหนักรถที่ 145 กก. แต่ในปี 2003-2006 ยังคงใช้รหัสเดิมคือ Honda RC211V และ
ทำการเปลี่ยนระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบใหม่ เปลี่ยนความจุถังน้ำมันใหม่
ทำให้เกิดน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 148 กก. แต่แรงม้านั้นก็เพิ่มตามขึ้นมาเช่นเดียวกันที่ 237 แรงม้า
มาเปลี่ยนแปลงอีกทีเป็นรหัส Honda RC212V ในปี 2007-2011 กับสเป็คเครื่องยนต์ 800 ซีซีตามกติกา
เพราะตอนนั้นทางผู้จัดเห็นว่า ความแรงมีมากเกินไปแล้วจึงร่างกติกาใหม่ขึ้นมาเพื่อความปลอดภัยต่อนักแข่งเอง
แต่ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เพราะการที่ลดซีซีลงมานั้นทำให้นักแข่งแต่ละคน เล่นกันแบบ “อยู่มือ” มากยิ่งขึ้น
หลังจากที่ได้เจอของแรงๆ กันมาในปีก่อนอาจจะเดินคันเร่งกันไม่เต็มมือ แต่ในในคราวนี้
บิดกันได้แบบเต็มมือมากยิ่งขึ้นทำให้เวลาต่อรอบในแต่ละสนามไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงมากนัก
ก่อนที่จะมาปรับอีกครั้งในปี 2012 จนถึงปัจจุบันกับรหัส Honda RC213V ก็ได้อดีตแชมป์โลกอย่าง
Casey Stoner มาเป็นผู้ทดสอบอีกครั้ง โดยตัวรถที่มากับความแรงมากกว่า 230 แรงม้านี้จำเป็นที่จะต้อง
มีการพัฒนาอยู่อย่างตลอดเวลา ในส่วนของเครื่องยนต์จึงมีการเอาองศาการวางเครื่องยนต์มาใช้อีกครั้ง
โดยยืนยันที่จะเป็นวางแบบ V ที่ 90 องศา เพราะเนื่องจากมีบางค่ายใช้ทฤษฏีนี้แต่มีปัญหาในเรื่องของน้ำหนัก
แต่ทางวิศวกรของ Honda สามารถจัดวางองศาได้อย่างถูกต้อง และสามารถจัดการกับน้ำหนักของเครื่องยนต์ได้
ทำให้มีการปลดปล่อยแรงม้าออกมาได้เต็มฝูง จุดที่ทำการพัฒนาใหม่ขึ้นมานี้รวมไปถึงการรองรับความแรง
ในเรื่องของเฟรมตัวถังอีกด้วย ที่จะต้องทำให้แข็งแกร่ง แต่ก็มีน้ำหนักเบา จึงมีการใช้วัสดุอลุมิเนียมแบบพิเศษ
ที่สามารถทนต่อแรงบิดได้สูงมาใช้ในรถตัวนี้อีกทีนึง ไปจนถึงสวิงอาร์มได้มีการออกแบบใหม่เพราะเนื่องจาก
พลังที่มากกว่า 230 แรงม้า กับรถที่มีน้ำหนักเพียง 160 กก. จะเป็นเรื่องง่ายมากที่เวลาบิดแล้วล้อหน้า
จะยกให้เกิดอุปสรรค เพราะฉนั้น ระบบกันสะเทือนทั้งหน้าและหลังจึงเปลี่ยนแบบยกเซ็ทเป็น Ohlins
ก่อนที่จะซับความแรงสู่ยางหลัง เพราะตามกติกานั้นหนึ่งสนามสามารถใช้ยางสลิคได้ 20 เส้น และฝน 12 เส้น
แต่ถ้ามีสภาพอากาสที่ฝนตกอยู่ตลอดกติกาอนุโลมให้ใช้ยางฝนได้ 14 เส้น เมื่อกติกามีการบีบรัดเพื่อความเสมอภาค
ความแรงส่งผ่านมายังเฟรมตัวถังไปจนถึงยางจึงจำเป็นที่จะต้องมีการถ่ายเทน้ำหนักให้สมดุลย์ที่สุด
ขนาดที่เหมาะสมจึงอยู่ที่ ยางหน้า: 125/ 60R16.5 และยางหลัง 190 / 65R16.5 ที่เห็นได้ว่าการเข้าโค้งนั้น
ก็เอียงรถจนเกิน 60 องศา เข้าไปแล้ว Honda ทีมโรงงานจัดให้นักแข่งปลดปล่อยความสามารถได้เต็มที่และ
โชว์ต่อหน้าชาวโลกเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว
ไปจนถึงระบบเบรคเพื่อความปลอดภัย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้แบบที่ทนความร้อนได้เกิน 400 องศา
ซึ่งก็หมายความว่า เวลามาด้วยความเร็วสูง เราอาจจะเห็นการเบรคที่หนักถึงขั้นที่จานดิสก์เป็นสีแดงก็เป็นได้
แต่ด้วยเทคโนโลยี จานดิสก์เบรคจึงมีการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เป็นตัวช่วย เป็นองค์ประกอบสุดท้าย
ของการแข่งขันอย่างสมบูรณ์แบบนี่ก็เป็นที่มาของรถแชมป์คนล่าสุด และแชมป์ประจำสนามตั้งแต่เปิดฤดูกาล
ที่ยังไม่เคยเป็นรองใครกับ Marc Marquez อุปสรรคมากมายยังรออยู่ นักแข่งทีมโรงงานก็พร้อมจะฝ่าเช่นเดียวกัน
คุณภาพที่มาจากสนามแข่งสู่ เทคโนโลยีที่ทุกคนสัมผัสได้มีอยู่ในชื่อ Honda
ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล: aphonda.co.th
Read more »
ทำการแข่งขันในรุ่นใหญ่สุดของโลกรถแข่งโรงงาน และรับแชมป์โลกมาครองได้อย่างขาวสะอาด
จนมาในปี 2014 นี้ ตั้งแต่เปิดฤดูกาลมาก็ยังไม่มีท่าทีว่าความแรงจะสร้างลงแม้แต่น้อย
ไม่ว่าจะเจอกับสภาพสนามที่มีทั้งโค้งกว้างไฮสปีดสุดๆ ไปจนถึง สนามที่มีลักษณะโค้งหักศอกแบบไร้เยื่อใย
แม้กระทั่งสภาพอากาศทั้งกลางวันและสนามกลางคืนที่ การ์ต้าเซอร์กิต ไปจนถึงสภาพอากาศ
ที่ทั้งแห้งและเปียก Marc Marquez สามารถผสานพลังเป็นหนึ่งเดียวกับ Honda RC213V
รับแชมป์ประจำสนามมาได้ตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2014
นับว่าเป็นความสุดยอดที่ผสมผสานกันระหว่างนักแข่งและรถแข่งอย่าง Honda RC213V อย่างชัดเจน
ซึ่งกว่าที่ Honda RC213V จะกำเนิดมาได้นั้นต้องบอกว่า มีต้นกำเนิดที่น่าสนใจพอสมควรเลยทีเดียว
ตั้งแต่มีการประกาศในปี 2000 ว่าการแข่งขันรถสูตรโรงงานจะทยอยเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ 500 ซีซี 2 จังหวะ
เป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ พร้อมกับกติกาแฮนดี้แคปเพิ่มความจุให้กับ 4 จังหวะ เพราะในสมัยนั้น 4 จังหวะ
จะเสียเปรียบ 2 จังหวะในเรื่องของความแรง ในปี 2001 จึงมีการผลิตตัว 990 ซีซี ออกมาและ
มีการประกาศศักดาเต็มตัวในปี 2002 ที่ Honda 4 จังหวะสามารถคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ
กับรถรหัส Honda RC211V ที่เป็นรถสูตรโรงงาน 4 จังหวะในยุคมิลเลเนี่ยม ซึ่งรหัส 211 V
นั้นก็มาจากการพัฒนาตัวรถครั้งใหญ่ในศตวรรษที่ 21 และ V นั้นก็มาจากพื้นฐานเครื่องยนต์ที่ตั้งในตัวรถ
เป็นลักษณะตัว V ก่อนที่จะไปตระเวณล่าแชมป์จนมีกติกาให้ตอนความแรงออกเพราะดูเหมือนว่าการ
พัฒนา 4 จังหวะยุคใหม่นั้น แรงมากเกินความคาดหมายจริงๆ
รหัส Honda RC211V ในช่วงปี 2002-2006 มีการพัฒนาแรงม้าขึ้นมาตามลำดับหลังจากมีการตอนซีซีลง
ไปให้น้อยกว่าตอนเปิดตัว ในปี 2003 แรงม้าสูงสุดของ Honda RC211V อยู่ที่ 197 แรงม้า
กับน้ำหนักรถที่ 145 กก. แต่ในปี 2003-2006 ยังคงใช้รหัสเดิมคือ Honda RC211V และ
ทำการเปลี่ยนระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบใหม่ เปลี่ยนความจุถังน้ำมันใหม่
ทำให้เกิดน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 148 กก. แต่แรงม้านั้นก็เพิ่มตามขึ้นมาเช่นเดียวกันที่ 237 แรงม้า
มาเปลี่ยนแปลงอีกทีเป็นรหัส Honda RC212V ในปี 2007-2011 กับสเป็คเครื่องยนต์ 800 ซีซีตามกติกา
เพราะตอนนั้นทางผู้จัดเห็นว่า ความแรงมีมากเกินไปแล้วจึงร่างกติกาใหม่ขึ้นมาเพื่อความปลอดภัยต่อนักแข่งเอง
แต่ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เพราะการที่ลดซีซีลงมานั้นทำให้นักแข่งแต่ละคน เล่นกันแบบ “อยู่มือ” มากยิ่งขึ้น
หลังจากที่ได้เจอของแรงๆ กันมาในปีก่อนอาจจะเดินคันเร่งกันไม่เต็มมือ แต่ในในคราวนี้
บิดกันได้แบบเต็มมือมากยิ่งขึ้นทำให้เวลาต่อรอบในแต่ละสนามไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงมากนัก
ก่อนที่จะมาปรับอีกครั้งในปี 2012 จนถึงปัจจุบันกับรหัส Honda RC213V ก็ได้อดีตแชมป์โลกอย่าง
Casey Stoner มาเป็นผู้ทดสอบอีกครั้ง โดยตัวรถที่มากับความแรงมากกว่า 230 แรงม้านี้จำเป็นที่จะต้อง
มีการพัฒนาอยู่อย่างตลอดเวลา ในส่วนของเครื่องยนต์จึงมีการเอาองศาการวางเครื่องยนต์มาใช้อีกครั้ง
โดยยืนยันที่จะเป็นวางแบบ V ที่ 90 องศา เพราะเนื่องจากมีบางค่ายใช้ทฤษฏีนี้แต่มีปัญหาในเรื่องของน้ำหนัก
แต่ทางวิศวกรของ Honda สามารถจัดวางองศาได้อย่างถูกต้อง และสามารถจัดการกับน้ำหนักของเครื่องยนต์ได้
ทำให้มีการปลดปล่อยแรงม้าออกมาได้เต็มฝูง จุดที่ทำการพัฒนาใหม่ขึ้นมานี้รวมไปถึงการรองรับความแรง
ในเรื่องของเฟรมตัวถังอีกด้วย ที่จะต้องทำให้แข็งแกร่ง แต่ก็มีน้ำหนักเบา จึงมีการใช้วัสดุอลุมิเนียมแบบพิเศษ
ที่สามารถทนต่อแรงบิดได้สูงมาใช้ในรถตัวนี้อีกทีนึง ไปจนถึงสวิงอาร์มได้มีการออกแบบใหม่เพราะเนื่องจาก
พลังที่มากกว่า 230 แรงม้า กับรถที่มีน้ำหนักเพียง 160 กก. จะเป็นเรื่องง่ายมากที่เวลาบิดแล้วล้อหน้า
จะยกให้เกิดอุปสรรค เพราะฉนั้น ระบบกันสะเทือนทั้งหน้าและหลังจึงเปลี่ยนแบบยกเซ็ทเป็น Ohlins
ก่อนที่จะซับความแรงสู่ยางหลัง เพราะตามกติกานั้นหนึ่งสนามสามารถใช้ยางสลิคได้ 20 เส้น และฝน 12 เส้น
แต่ถ้ามีสภาพอากาสที่ฝนตกอยู่ตลอดกติกาอนุโลมให้ใช้ยางฝนได้ 14 เส้น เมื่อกติกามีการบีบรัดเพื่อความเสมอภาค
ความแรงส่งผ่านมายังเฟรมตัวถังไปจนถึงยางจึงจำเป็นที่จะต้องมีการถ่ายเทน้ำหนักให้สมดุลย์ที่สุด
ขนาดที่เหมาะสมจึงอยู่ที่ ยางหน้า: 125/ 60R16.5 และยางหลัง 190 / 65R16.5 ที่เห็นได้ว่าการเข้าโค้งนั้น
ก็เอียงรถจนเกิน 60 องศา เข้าไปแล้ว Honda ทีมโรงงานจัดให้นักแข่งปลดปล่อยความสามารถได้เต็มที่และ
โชว์ต่อหน้าชาวโลกเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว
ไปจนถึงระบบเบรคเพื่อความปลอดภัย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้แบบที่ทนความร้อนได้เกิน 400 องศา
ซึ่งก็หมายความว่า เวลามาด้วยความเร็วสูง เราอาจจะเห็นการเบรคที่หนักถึงขั้นที่จานดิสก์เป็นสีแดงก็เป็นได้
แต่ด้วยเทคโนโลยี จานดิสก์เบรคจึงมีการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เป็นตัวช่วย เป็นองค์ประกอบสุดท้าย
ของการแข่งขันอย่างสมบูรณ์แบบนี่ก็เป็นที่มาของรถแชมป์คนล่าสุด และแชมป์ประจำสนามตั้งแต่เปิดฤดูกาล
ที่ยังไม่เคยเป็นรองใครกับ Marc Marquez อุปสรรคมากมายยังรออยู่ นักแข่งทีมโรงงานก็พร้อมจะฝ่าเช่นเดียวกัน
คุณภาพที่มาจากสนามแข่งสู่ เทคโนโลยีที่ทุกคนสัมผัสได้มีอยู่ในชื่อ Honda
ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล: aphonda.co.th
Subscribe to:
Posts (Atom)












