Showing posts with label ฮอนด้า. Show all posts
Showing posts with label ฮอนด้า. Show all posts
Monday, August 24, 2015
ต้นกำเนิดแชมป์ ต้นกำเนิดความแรง Honda RC213V
จากการที่ Marc Marquez คว้าชัยอย่างไม่หยุดตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งถือว่าเป็นปีแรกที่เค้าได้ขึ้นมา
ทำการแข่งขันในรุ่นใหญ่สุดของโลกรถแข่งโรงงาน และรับแชมป์โลกมาครองได้อย่างขาวสะอาด
จนมาในปี 2014 นี้ ตั้งแต่เปิดฤดูกาลมาก็ยังไม่มีท่าทีว่าความแรงจะสร้างลงแม้แต่น้อย
ไม่ว่าจะเจอกับสภาพสนามที่มีทั้งโค้งกว้างไฮสปีดสุดๆ ไปจนถึง สนามที่มีลักษณะโค้งหักศอกแบบไร้เยื่อใย
แม้กระทั่งสภาพอากาศทั้งกลางวันและสนามกลางคืนที่ การ์ต้าเซอร์กิต ไปจนถึงสภาพอากาศ
ที่ทั้งแห้งและเปียก Marc Marquez สามารถผสานพลังเป็นหนึ่งเดียวกับ Honda RC213V
รับแชมป์ประจำสนามมาได้ตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2014
นับว่าเป็นความสุดยอดที่ผสมผสานกันระหว่างนักแข่งและรถแข่งอย่าง Honda RC213V อย่างชัดเจน
ซึ่งกว่าที่ Honda RC213V จะกำเนิดมาได้นั้นต้องบอกว่า มีต้นกำเนิดที่น่าสนใจพอสมควรเลยทีเดียว
ตั้งแต่มีการประกาศในปี 2000 ว่าการแข่งขันรถสูตรโรงงานจะทยอยเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ 500 ซีซี 2 จังหวะ
เป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ พร้อมกับกติกาแฮนดี้แคปเพิ่มความจุให้กับ 4 จังหวะ เพราะในสมัยนั้น 4 จังหวะ
จะเสียเปรียบ 2 จังหวะในเรื่องของความแรง ในปี 2001 จึงมีการผลิตตัว 990 ซีซี ออกมาและ
มีการประกาศศักดาเต็มตัวในปี 2002 ที่ Honda 4 จังหวะสามารถคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ
กับรถรหัส Honda RC211V ที่เป็นรถสูตรโรงงาน 4 จังหวะในยุคมิลเลเนี่ยม ซึ่งรหัส 211 V
นั้นก็มาจากการพัฒนาตัวรถครั้งใหญ่ในศตวรรษที่ 21 และ V นั้นก็มาจากพื้นฐานเครื่องยนต์ที่ตั้งในตัวรถ
เป็นลักษณะตัว V ก่อนที่จะไปตระเวณล่าแชมป์จนมีกติกาให้ตอนความแรงออกเพราะดูเหมือนว่าการ
พัฒนา 4 จังหวะยุคใหม่นั้น แรงมากเกินความคาดหมายจริงๆ
รหัส Honda RC211V ในช่วงปี 2002-2006 มีการพัฒนาแรงม้าขึ้นมาตามลำดับหลังจากมีการตอนซีซีลง
ไปให้น้อยกว่าตอนเปิดตัว ในปี 2003 แรงม้าสูงสุดของ Honda RC211V อยู่ที่ 197 แรงม้า
กับน้ำหนักรถที่ 145 กก. แต่ในปี 2003-2006 ยังคงใช้รหัสเดิมคือ Honda RC211V และ
ทำการเปลี่ยนระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบใหม่ เปลี่ยนความจุถังน้ำมันใหม่
ทำให้เกิดน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 148 กก. แต่แรงม้านั้นก็เพิ่มตามขึ้นมาเช่นเดียวกันที่ 237 แรงม้า
มาเปลี่ยนแปลงอีกทีเป็นรหัส Honda RC212V ในปี 2007-2011 กับสเป็คเครื่องยนต์ 800 ซีซีตามกติกา
เพราะตอนนั้นทางผู้จัดเห็นว่า ความแรงมีมากเกินไปแล้วจึงร่างกติกาใหม่ขึ้นมาเพื่อความปลอดภัยต่อนักแข่งเอง
แต่ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เพราะการที่ลดซีซีลงมานั้นทำให้นักแข่งแต่ละคน เล่นกันแบบ “อยู่มือ” มากยิ่งขึ้น
หลังจากที่ได้เจอของแรงๆ กันมาในปีก่อนอาจจะเดินคันเร่งกันไม่เต็มมือ แต่ในในคราวนี้
บิดกันได้แบบเต็มมือมากยิ่งขึ้นทำให้เวลาต่อรอบในแต่ละสนามไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงมากนัก
ก่อนที่จะมาปรับอีกครั้งในปี 2012 จนถึงปัจจุบันกับรหัส Honda RC213V ก็ได้อดีตแชมป์โลกอย่าง
Casey Stoner มาเป็นผู้ทดสอบอีกครั้ง โดยตัวรถที่มากับความแรงมากกว่า 230 แรงม้านี้จำเป็นที่จะต้อง
มีการพัฒนาอยู่อย่างตลอดเวลา ในส่วนของเครื่องยนต์จึงมีการเอาองศาการวางเครื่องยนต์มาใช้อีกครั้ง
โดยยืนยันที่จะเป็นวางแบบ V ที่ 90 องศา เพราะเนื่องจากมีบางค่ายใช้ทฤษฏีนี้แต่มีปัญหาในเรื่องของน้ำหนัก
แต่ทางวิศวกรของ Honda สามารถจัดวางองศาได้อย่างถูกต้อง และสามารถจัดการกับน้ำหนักของเครื่องยนต์ได้
ทำให้มีการปลดปล่อยแรงม้าออกมาได้เต็มฝูง จุดที่ทำการพัฒนาใหม่ขึ้นมานี้รวมไปถึงการรองรับความแรง
ในเรื่องของเฟรมตัวถังอีกด้วย ที่จะต้องทำให้แข็งแกร่ง แต่ก็มีน้ำหนักเบา จึงมีการใช้วัสดุอลุมิเนียมแบบพิเศษ
ที่สามารถทนต่อแรงบิดได้สูงมาใช้ในรถตัวนี้อีกทีนึง ไปจนถึงสวิงอาร์มได้มีการออกแบบใหม่เพราะเนื่องจาก
พลังที่มากกว่า 230 แรงม้า กับรถที่มีน้ำหนักเพียง 160 กก. จะเป็นเรื่องง่ายมากที่เวลาบิดแล้วล้อหน้า
จะยกให้เกิดอุปสรรค เพราะฉนั้น ระบบกันสะเทือนทั้งหน้าและหลังจึงเปลี่ยนแบบยกเซ็ทเป็น Ohlins
ก่อนที่จะซับความแรงสู่ยางหลัง เพราะตามกติกานั้นหนึ่งสนามสามารถใช้ยางสลิคได้ 20 เส้น และฝน 12 เส้น
แต่ถ้ามีสภาพอากาสที่ฝนตกอยู่ตลอดกติกาอนุโลมให้ใช้ยางฝนได้ 14 เส้น เมื่อกติกามีการบีบรัดเพื่อความเสมอภาค
ความแรงส่งผ่านมายังเฟรมตัวถังไปจนถึงยางจึงจำเป็นที่จะต้องมีการถ่ายเทน้ำหนักให้สมดุลย์ที่สุด
ขนาดที่เหมาะสมจึงอยู่ที่ ยางหน้า: 125/ 60R16.5 และยางหลัง 190 / 65R16.5 ที่เห็นได้ว่าการเข้าโค้งนั้น
ก็เอียงรถจนเกิน 60 องศา เข้าไปแล้ว Honda ทีมโรงงานจัดให้นักแข่งปลดปล่อยความสามารถได้เต็มที่และ
โชว์ต่อหน้าชาวโลกเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว
ไปจนถึงระบบเบรคเพื่อความปลอดภัย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้แบบที่ทนความร้อนได้เกิน 400 องศา
ซึ่งก็หมายความว่า เวลามาด้วยความเร็วสูง เราอาจจะเห็นการเบรคที่หนักถึงขั้นที่จานดิสก์เป็นสีแดงก็เป็นได้
แต่ด้วยเทคโนโลยี จานดิสก์เบรคจึงมีการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เป็นตัวช่วย เป็นองค์ประกอบสุดท้าย
ของการแข่งขันอย่างสมบูรณ์แบบนี่ก็เป็นที่มาของรถแชมป์คนล่าสุด และแชมป์ประจำสนามตั้งแต่เปิดฤดูกาล
ที่ยังไม่เคยเป็นรองใครกับ Marc Marquez อุปสรรคมากมายยังรออยู่ นักแข่งทีมโรงงานก็พร้อมจะฝ่าเช่นเดียวกัน
คุณภาพที่มาจากสนามแข่งสู่ เทคโนโลยีที่ทุกคนสัมผัสได้มีอยู่ในชื่อ Honda
ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล: aphonda.co.th
Read more »
ทำการแข่งขันในรุ่นใหญ่สุดของโลกรถแข่งโรงงาน และรับแชมป์โลกมาครองได้อย่างขาวสะอาด
จนมาในปี 2014 นี้ ตั้งแต่เปิดฤดูกาลมาก็ยังไม่มีท่าทีว่าความแรงจะสร้างลงแม้แต่น้อย
ไม่ว่าจะเจอกับสภาพสนามที่มีทั้งโค้งกว้างไฮสปีดสุดๆ ไปจนถึง สนามที่มีลักษณะโค้งหักศอกแบบไร้เยื่อใย
แม้กระทั่งสภาพอากาศทั้งกลางวันและสนามกลางคืนที่ การ์ต้าเซอร์กิต ไปจนถึงสภาพอากาศ
ที่ทั้งแห้งและเปียก Marc Marquez สามารถผสานพลังเป็นหนึ่งเดียวกับ Honda RC213V
รับแชมป์ประจำสนามมาได้ตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2014
นับว่าเป็นความสุดยอดที่ผสมผสานกันระหว่างนักแข่งและรถแข่งอย่าง Honda RC213V อย่างชัดเจน
ซึ่งกว่าที่ Honda RC213V จะกำเนิดมาได้นั้นต้องบอกว่า มีต้นกำเนิดที่น่าสนใจพอสมควรเลยทีเดียว
ตั้งแต่มีการประกาศในปี 2000 ว่าการแข่งขันรถสูตรโรงงานจะทยอยเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ 500 ซีซี 2 จังหวะ
เป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ พร้อมกับกติกาแฮนดี้แคปเพิ่มความจุให้กับ 4 จังหวะ เพราะในสมัยนั้น 4 จังหวะ
จะเสียเปรียบ 2 จังหวะในเรื่องของความแรง ในปี 2001 จึงมีการผลิตตัว 990 ซีซี ออกมาและ
มีการประกาศศักดาเต็มตัวในปี 2002 ที่ Honda 4 จังหวะสามารถคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ
กับรถรหัส Honda RC211V ที่เป็นรถสูตรโรงงาน 4 จังหวะในยุคมิลเลเนี่ยม ซึ่งรหัส 211 V
นั้นก็มาจากการพัฒนาตัวรถครั้งใหญ่ในศตวรรษที่ 21 และ V นั้นก็มาจากพื้นฐานเครื่องยนต์ที่ตั้งในตัวรถ
เป็นลักษณะตัว V ก่อนที่จะไปตระเวณล่าแชมป์จนมีกติกาให้ตอนความแรงออกเพราะดูเหมือนว่าการ
พัฒนา 4 จังหวะยุคใหม่นั้น แรงมากเกินความคาดหมายจริงๆ
รหัส Honda RC211V ในช่วงปี 2002-2006 มีการพัฒนาแรงม้าขึ้นมาตามลำดับหลังจากมีการตอนซีซีลง
ไปให้น้อยกว่าตอนเปิดตัว ในปี 2003 แรงม้าสูงสุดของ Honda RC211V อยู่ที่ 197 แรงม้า
กับน้ำหนักรถที่ 145 กก. แต่ในปี 2003-2006 ยังคงใช้รหัสเดิมคือ Honda RC211V และ
ทำการเปลี่ยนระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบใหม่ เปลี่ยนความจุถังน้ำมันใหม่
ทำให้เกิดน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 148 กก. แต่แรงม้านั้นก็เพิ่มตามขึ้นมาเช่นเดียวกันที่ 237 แรงม้า
มาเปลี่ยนแปลงอีกทีเป็นรหัส Honda RC212V ในปี 2007-2011 กับสเป็คเครื่องยนต์ 800 ซีซีตามกติกา
เพราะตอนนั้นทางผู้จัดเห็นว่า ความแรงมีมากเกินไปแล้วจึงร่างกติกาใหม่ขึ้นมาเพื่อความปลอดภัยต่อนักแข่งเอง
แต่ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เพราะการที่ลดซีซีลงมานั้นทำให้นักแข่งแต่ละคน เล่นกันแบบ “อยู่มือ” มากยิ่งขึ้น
หลังจากที่ได้เจอของแรงๆ กันมาในปีก่อนอาจจะเดินคันเร่งกันไม่เต็มมือ แต่ในในคราวนี้
บิดกันได้แบบเต็มมือมากยิ่งขึ้นทำให้เวลาต่อรอบในแต่ละสนามไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงมากนัก
ก่อนที่จะมาปรับอีกครั้งในปี 2012 จนถึงปัจจุบันกับรหัส Honda RC213V ก็ได้อดีตแชมป์โลกอย่าง
Casey Stoner มาเป็นผู้ทดสอบอีกครั้ง โดยตัวรถที่มากับความแรงมากกว่า 230 แรงม้านี้จำเป็นที่จะต้อง
มีการพัฒนาอยู่อย่างตลอดเวลา ในส่วนของเครื่องยนต์จึงมีการเอาองศาการวางเครื่องยนต์มาใช้อีกครั้ง
โดยยืนยันที่จะเป็นวางแบบ V ที่ 90 องศา เพราะเนื่องจากมีบางค่ายใช้ทฤษฏีนี้แต่มีปัญหาในเรื่องของน้ำหนัก
แต่ทางวิศวกรของ Honda สามารถจัดวางองศาได้อย่างถูกต้อง และสามารถจัดการกับน้ำหนักของเครื่องยนต์ได้
ทำให้มีการปลดปล่อยแรงม้าออกมาได้เต็มฝูง จุดที่ทำการพัฒนาใหม่ขึ้นมานี้รวมไปถึงการรองรับความแรง
ในเรื่องของเฟรมตัวถังอีกด้วย ที่จะต้องทำให้แข็งแกร่ง แต่ก็มีน้ำหนักเบา จึงมีการใช้วัสดุอลุมิเนียมแบบพิเศษ
ที่สามารถทนต่อแรงบิดได้สูงมาใช้ในรถตัวนี้อีกทีนึง ไปจนถึงสวิงอาร์มได้มีการออกแบบใหม่เพราะเนื่องจาก
พลังที่มากกว่า 230 แรงม้า กับรถที่มีน้ำหนักเพียง 160 กก. จะเป็นเรื่องง่ายมากที่เวลาบิดแล้วล้อหน้า
จะยกให้เกิดอุปสรรค เพราะฉนั้น ระบบกันสะเทือนทั้งหน้าและหลังจึงเปลี่ยนแบบยกเซ็ทเป็น Ohlins
ก่อนที่จะซับความแรงสู่ยางหลัง เพราะตามกติกานั้นหนึ่งสนามสามารถใช้ยางสลิคได้ 20 เส้น และฝน 12 เส้น
แต่ถ้ามีสภาพอากาสที่ฝนตกอยู่ตลอดกติกาอนุโลมให้ใช้ยางฝนได้ 14 เส้น เมื่อกติกามีการบีบรัดเพื่อความเสมอภาค
ความแรงส่งผ่านมายังเฟรมตัวถังไปจนถึงยางจึงจำเป็นที่จะต้องมีการถ่ายเทน้ำหนักให้สมดุลย์ที่สุด
ขนาดที่เหมาะสมจึงอยู่ที่ ยางหน้า: 125/ 60R16.5 และยางหลัง 190 / 65R16.5 ที่เห็นได้ว่าการเข้าโค้งนั้น
ก็เอียงรถจนเกิน 60 องศา เข้าไปแล้ว Honda ทีมโรงงานจัดให้นักแข่งปลดปล่อยความสามารถได้เต็มที่และ
โชว์ต่อหน้าชาวโลกเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว
ไปจนถึงระบบเบรคเพื่อความปลอดภัย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้แบบที่ทนความร้อนได้เกิน 400 องศา
ซึ่งก็หมายความว่า เวลามาด้วยความเร็วสูง เราอาจจะเห็นการเบรคที่หนักถึงขั้นที่จานดิสก์เป็นสีแดงก็เป็นได้
แต่ด้วยเทคโนโลยี จานดิสก์เบรคจึงมีการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เป็นตัวช่วย เป็นองค์ประกอบสุดท้าย
ของการแข่งขันอย่างสมบูรณ์แบบนี่ก็เป็นที่มาของรถแชมป์คนล่าสุด และแชมป์ประจำสนามตั้งแต่เปิดฤดูกาล
ที่ยังไม่เคยเป็นรองใครกับ Marc Marquez อุปสรรคมากมายยังรออยู่ นักแข่งทีมโรงงานก็พร้อมจะฝ่าเช่นเดียวกัน
คุณภาพที่มาจากสนามแข่งสู่ เทคโนโลยีที่ทุกคนสัมผัสได้มีอยู่ในชื่อ Honda
ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล: aphonda.co.th
มอ'ไซค์ฮอนด้า เตรียมขยาย ศูนย์บิ๊กวิงอีก 2 แห่ง
นายสุชาติ อรุณแสงโรจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า
“ท่ามกลางการเติบโตแบบก้าวกระโดด ของตลาดรถบิ๊กไบค์ในเมืองไทย ฐานลูกค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
คือฐานลูกค้าในกรุงเทพฯ ซึ่งมีการขยายจากผู้ขับขี่เฉพาะกลุ่มไปสู่ความเป็นแมสมากขึ้น
เพื่อรองรับการขยายตัวดังกล่าว เราได้วางแผนที่จะเพิ่มศูนย์บริการฮอนด้าบิ๊กวิง ในพื้นที่อื่นๆ
นอกเหนือไปจากสาขาแรกที่ถนนประดิษฐ์มนูธรรม โดยจะสร้างศูนย์ใหม่ในพื้นที่พระราม 3 และ
ราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นเขตชุมชนใหม่ของฐานลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเรา สำหรับศูนย์ใหม่ทั้ง 2 แห่ง
จะบริหารงานโดยบริษัทตัวแทนผู้จำหน่าย ได้แก่ บริษัท ยศเจริญ มอเตอร์ไบค์จำกัด และ
บริษัท เอ็ม เอ็น อินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด โดยจะเริ่มเปิดให้บริการภายในปี 2558 ด้วยมาตรฐาน 6S
อันประกอบด้วย Sales, Service, Spare Parts, Second Hand, Safety Riding, และ Society
เฉกเช่นเดียวกับสาขาแม่ ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกในการเข้ารับบริการต่างๆ
ของลูกค้าฮอนด้าบิ๊กไบค์ทุกท่านที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล”
นายบุญยศ บุญเกียรติเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยศเจริญมอเตอร์ไบค์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า
“เรามีความมั่นใจในการเติบโตของตลาดรถบิ๊กไบค์ และมั่นใจในนโยบายรวมถึงแผนการตลาดของทาง
เอ.พี.ฮอนด้าเป็นอย่างมาก เมื่อทราบว่าได้รับสิทธิ์ได้การบริหารศูนย์ฮอนด้าบิ๊กวิง
เราได้เตรียมลงทุนกว่า 60 ล้านบาท (ไม่รวมที่ดิน) เพื่อสร้างโชว์รูมที่ทันสมัยในรูปแบบอาคาร 4 ชั้น
โดยจะเริ่มสร้างตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดตัวให้บริการได้
ภายในไตรมาสแรกของปีหน้า
ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล: naewna.com
Read more »
“ท่ามกลางการเติบโตแบบก้าวกระโดด ของตลาดรถบิ๊กไบค์ในเมืองไทย ฐานลูกค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
คือฐานลูกค้าในกรุงเทพฯ ซึ่งมีการขยายจากผู้ขับขี่เฉพาะกลุ่มไปสู่ความเป็นแมสมากขึ้น
เพื่อรองรับการขยายตัวดังกล่าว เราได้วางแผนที่จะเพิ่มศูนย์บริการฮอนด้าบิ๊กวิง ในพื้นที่อื่นๆ
นอกเหนือไปจากสาขาแรกที่ถนนประดิษฐ์มนูธรรม โดยจะสร้างศูนย์ใหม่ในพื้นที่พระราม 3 และ
ราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นเขตชุมชนใหม่ของฐานลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเรา สำหรับศูนย์ใหม่ทั้ง 2 แห่ง
จะบริหารงานโดยบริษัทตัวแทนผู้จำหน่าย ได้แก่ บริษัท ยศเจริญ มอเตอร์ไบค์จำกัด และ
บริษัท เอ็ม เอ็น อินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด โดยจะเริ่มเปิดให้บริการภายในปี 2558 ด้วยมาตรฐาน 6S
อันประกอบด้วย Sales, Service, Spare Parts, Second Hand, Safety Riding, และ Society
เฉกเช่นเดียวกับสาขาแม่ ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกในการเข้ารับบริการต่างๆ
ของลูกค้าฮอนด้าบิ๊กไบค์ทุกท่านที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล”
นายบุญยศ บุญเกียรติเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยศเจริญมอเตอร์ไบค์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า
“เรามีความมั่นใจในการเติบโตของตลาดรถบิ๊กไบค์ และมั่นใจในนโยบายรวมถึงแผนการตลาดของทาง
เอ.พี.ฮอนด้าเป็นอย่างมาก เมื่อทราบว่าได้รับสิทธิ์ได้การบริหารศูนย์ฮอนด้าบิ๊กวิง
เราได้เตรียมลงทุนกว่า 60 ล้านบาท (ไม่รวมที่ดิน) เพื่อสร้างโชว์รูมที่ทันสมัยในรูปแบบอาคาร 4 ชั้น
โดยจะเริ่มสร้างตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดตัวให้บริการได้
ภายในไตรมาสแรกของปีหน้า
ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล: naewna.com
ระบบกุญแจอัจฉริยะ H.I.S.S. ของฮอนด้า
นอกจากระบบกุญแจอัจฉริยะ H.I.S.S. ของฮอนด้าแล้ว สำหรับผม จะใช้โซ่ดิสล๊อคแบบเคเบิล
พร้อมยางครอบคล้องกับส่วนต้นของล้อ เพื่อป้องกันการยก ถ่วงเวลามากขึ้น และ
ส่งสัญญาณเตือนได้หากผิดปกติ และเทคนิคส่วนบุคคลคือการตีสนิทกับคนดูแลรถในสถานที่ดังกล่าวครับ
แล้วเหล่าฮอนด้า บิ๊กไบค์ หละครับ ป้องกันรถสุดหวงกันแบบไหนบ้าง?
หากใครมีวิธีดีๆสามารถแบ่งปันให้เพื่อนบิ๊กไบค์โดยคอมเมนต์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ
ร่วมสร้างสังคมแห่งการช่วยเหลือกับฮอนด้าบิ๊กไบค์ด้วยกันครับ
Beside the H.I.S.S. system of Honda, I always lock my bike by cable disc-lock alarm.
I bind it in the upper part of bikes’ wheel to prevent lifting of the bike.
The theft would take a long time, and the alarm is there to make it even more complicated.
Another personal technique is making friend with the valet-parking guys.
And what about your way? If you have a great technique to prevent bike steal,
comment below! We will be happy to share your best suggestions!
ที่มา: Honda BigBike
Read more »
พร้อมยางครอบคล้องกับส่วนต้นของล้อ เพื่อป้องกันการยก ถ่วงเวลามากขึ้น และ
ส่งสัญญาณเตือนได้หากผิดปกติ และเทคนิคส่วนบุคคลคือการตีสนิทกับคนดูแลรถในสถานที่ดังกล่าวครับ
แล้วเหล่าฮอนด้า บิ๊กไบค์ หละครับ ป้องกันรถสุดหวงกันแบบไหนบ้าง?
หากใครมีวิธีดีๆสามารถแบ่งปันให้เพื่อนบิ๊กไบค์โดยคอมเมนต์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ
ร่วมสร้างสังคมแห่งการช่วยเหลือกับฮอนด้าบิ๊กไบค์ด้วยกันครับ
Beside the H.I.S.S. system of Honda, I always lock my bike by cable disc-lock alarm.
I bind it in the upper part of bikes’ wheel to prevent lifting of the bike.
The theft would take a long time, and the alarm is there to make it even more complicated.
Another personal technique is making friend with the valet-parking guys.
And what about your way? If you have a great technique to prevent bike steal,
comment below! We will be happy to share your best suggestions!
ที่มา: Honda BigBike
2015 ฮอนด้า ซีบีเอฟ125 เน็กเก็ตไซส์เล็กที่คนไทยคงไม่มีโอกาสได้สัมผัส
หลังจากการเปิดตัวเมื่อเมื่อ พฤศจิกายน ค.ศ.2015 ที่ผ่านมา ถือว่าเรียกกระแสฮือฮาได้เป็นอย่างดี
ในบ้านเรา ที่เขาไม่ได้เอาเข้ามาขาย
เห็นช่วงนี้สื่อต่างชาติเริ่มมีการนำรถมาทดสอบเลยอยากนำข้อมูลมานำเสนอกระตุ้นความอยากชาวไทย
ที่เฝ้ารอกันสักนิด แต่คนไทยอย่างเราคงได้แต่รอเพราะซีบีเอฟ125 เป็นโมเดลที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในโซนยุโรป
จึงมีวความเป็นไปได้น้อยมากที่เราจะได้สัมผัสกัน
ตัวรถใช้เครื่องยนต์ 124.7 ซีซี ให้แรงม้าที่ 10.5 แรงม้า และแรงบิดที่ 10.1 นิวตัวเมตร ซึ่งลดลงจากโมเดลเดิม
ที่มีขายอยู่ในโซนยุโรป โดยทางค่ายบอกว่ารถเน้นไปที่แรงบิดที่รอบต่ำและกลางมากกว่าที่จะเน้นแรงม้าที่มากขึ้น
ในขณะที่มีอัตราสิ้นเปลืองเพียง 100กม./1.9ลิตร แต่กลับมีถังน้ำมันขนาดใหญ่ถึง 13 ลิตร เท่ากับเติมน้ำมันเต็มถัง
คุณก็พาซีบีเอฟ125 ไปได้ไกลเกือบ 700 กิโลเมตรเลยทีเดียว
ด้วยลุคที่ไปละม้ายคล้ายรุ่นใหญ่กว่าอย่าง ซีบี500เอฟ ซีบี650เอฟ จึงทำให้ ซีบีเอฟ125
เป็นที่สนใจของขาซิ่งขนาดเล็กในบ้านเรา แถมยังมีสีให้เลือกมากมายทั้ง เหลือง น้ำเงิน ขาว และ แดง
ที่มา: autospinn.com
Read more »
ในบ้านเรา ที่เขาไม่ได้เอาเข้ามาขาย
เห็นช่วงนี้สื่อต่างชาติเริ่มมีการนำรถมาทดสอบเลยอยากนำข้อมูลมานำเสนอกระตุ้นความอยากชาวไทย
ที่เฝ้ารอกันสักนิด แต่คนไทยอย่างเราคงได้แต่รอเพราะซีบีเอฟ125 เป็นโมเดลที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในโซนยุโรป
จึงมีวความเป็นไปได้น้อยมากที่เราจะได้สัมผัสกัน
ตัวรถใช้เครื่องยนต์ 124.7 ซีซี ให้แรงม้าที่ 10.5 แรงม้า และแรงบิดที่ 10.1 นิวตัวเมตร ซึ่งลดลงจากโมเดลเดิม
ที่มีขายอยู่ในโซนยุโรป โดยทางค่ายบอกว่ารถเน้นไปที่แรงบิดที่รอบต่ำและกลางมากกว่าที่จะเน้นแรงม้าที่มากขึ้น
ในขณะที่มีอัตราสิ้นเปลืองเพียง 100กม./1.9ลิตร แต่กลับมีถังน้ำมันขนาดใหญ่ถึง 13 ลิตร เท่ากับเติมน้ำมันเต็มถัง
คุณก็พาซีบีเอฟ125 ไปได้ไกลเกือบ 700 กิโลเมตรเลยทีเดียว
ด้วยลุคที่ไปละม้ายคล้ายรุ่นใหญ่กว่าอย่าง ซีบี500เอฟ ซีบี650เอฟ จึงทำให้ ซีบีเอฟ125
เป็นที่สนใจของขาซิ่งขนาดเล็กในบ้านเรา แถมยังมีสีให้เลือกมากมายทั้ง เหลือง น้ำเงิน ขาว และ แดง
ที่มา: autospinn.com
“รัฐพงษ์-จักรกฤษณ์” ซิวหัวแถว ARRC ลุ้นโพเดี้ยมโฮมเรซพรุ่งนี้
รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ นักบิดไทยสังกัดไทย ฮอนด้า เรซซิ่ง ประเดิมการแข่งขันเอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ
ในโฮมเรซ ด้วยฟอร์มอันร้อนแรง บิดทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดในรอบควอลิฟาย
ซิวโพลโพซิชั่นรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี.ไปครอง เฉือน จักรกฤษณ์ แสวงสวาท
นักบิดไทยจากสังกัด เอ.พี.ฮอนด้า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง เพียงเสี้ยววินาที ขณะ อนุภาพ ซามูล
สังกัดยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ทำเวลาดีที่สุดในกลุ่มนักบิดไวด์การ์ด ก่อนบิดรอบชิงชนะเลิศวันอาทิตย์นี้
ศึกเอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2014 สนาม 5 มีคิวดวลความเร็วรอบไฟนัลในวันพรุ่งนี้
(วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2014 ) โดยในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
เป็นการแข่งขันรอบควอลิฟาย ที่ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระยะทางต่อรอบ 4.554 กิโลเมตร
ผลควอลิฟายในรุ่นใหญ่ที่สุดอย่าง ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี. ตำแหน่งหัวแถวตกเป็นของ รัฐพงษ์ วิไลโรจน์
น้องวชายแท้ๆ ของ ฟิล์ม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ โดยสามารถรีดความเร็วในช่วงท้ายจัดการคว้าโพลโพซิชั่นแรก
ในโฮมเรซไปครองด้วยเวลา 1 นาที 40.460 วินาที เฉือน เพื่อนร่วมชาติอย่าง จักรกฤษณ์ แสวงสวาท
เพียง 0.001 วินาที เท่านั้น
ส่วนอันดับ 3 และ 4 ได้แก่ 2 นักบิดญี่ปุ่นอย่าง คัตซึอากิ ฟูจิวาระ นักบิดญี่ปุ่นผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพ และ
ยูกิ อีโตะ ช้ากว่าหัวแถว รัฐพงษ์ 0.140 และ 0.310 วินาที ขณะ มูฮัมหมัด ซัควาน ไซดี้
บิดจบรอบควอลิฟายในอันดับ 5 ฟากนักบิดไทยอย่าง สุหทัย แช่มทรัพย์, อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์,
อนุภาพ ซามูล, นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร และ อนุชา นาคเจริญศรี คว้าอันดับ 8, 9, 20, 21 และ 22 บนกริดสตาร์ท
ขณะที่กริดสตาร์ทในรุ่น อันเดอร์โบน 130 ซี.ซี. โพลโพซิชั่นเป็นของ กูปิต้า เกรสน่า วาร์ดาห์น่า
ด้วยเวลา 2 นาที 9.423 วินาที ด้าน วรพงศ์ มาลาหวล นักบิดหนึ่งเดียวของไทยในรุ่นนี้จาก
ไทย ฮอนด้า เรซซิ่ง ซิวอินดับ 4 ในรอบควอลิฟายด้วยเวลา 2 นาที 11.424 วินาที
สำหรับการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ รายการเอเชีย โรด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2014
จะทำการชิงชัยรอบไฟนัลทั้งสิ้น 2 เรซ ทั้งช่วงเช้าและบ่าย โดยจะมีการถ่ายทอดสดการแข่งขัน
ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ทางช่องไทยรัฐทีวี HD32
ในวันที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 13:00 – 16:30 น.
ที่มา: Motorcycle Magazine
Read more »
ในโฮมเรซ ด้วยฟอร์มอันร้อนแรง บิดทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดในรอบควอลิฟาย
ซิวโพลโพซิชั่นรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี.ไปครอง เฉือน จักรกฤษณ์ แสวงสวาท
นักบิดไทยจากสังกัด เอ.พี.ฮอนด้า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง เพียงเสี้ยววินาที ขณะ อนุภาพ ซามูล
สังกัดยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ทำเวลาดีที่สุดในกลุ่มนักบิดไวด์การ์ด ก่อนบิดรอบชิงชนะเลิศวันอาทิตย์นี้
ศึกเอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2014 สนาม 5 มีคิวดวลความเร็วรอบไฟนัลในวันพรุ่งนี้
(วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2014 ) โดยในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
เป็นการแข่งขันรอบควอลิฟาย ที่ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระยะทางต่อรอบ 4.554 กิโลเมตร
ผลควอลิฟายในรุ่นใหญ่ที่สุดอย่าง ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี. ตำแหน่งหัวแถวตกเป็นของ รัฐพงษ์ วิไลโรจน์
น้องวชายแท้ๆ ของ ฟิล์ม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ โดยสามารถรีดความเร็วในช่วงท้ายจัดการคว้าโพลโพซิชั่นแรก
ในโฮมเรซไปครองด้วยเวลา 1 นาที 40.460 วินาที เฉือน เพื่อนร่วมชาติอย่าง จักรกฤษณ์ แสวงสวาท
เพียง 0.001 วินาที เท่านั้น
ส่วนอันดับ 3 และ 4 ได้แก่ 2 นักบิดญี่ปุ่นอย่าง คัตซึอากิ ฟูจิวาระ นักบิดญี่ปุ่นผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพ และ
ยูกิ อีโตะ ช้ากว่าหัวแถว รัฐพงษ์ 0.140 และ 0.310 วินาที ขณะ มูฮัมหมัด ซัควาน ไซดี้
บิดจบรอบควอลิฟายในอันดับ 5 ฟากนักบิดไทยอย่าง สุหทัย แช่มทรัพย์, อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์,
อนุภาพ ซามูล, นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร และ อนุชา นาคเจริญศรี คว้าอันดับ 8, 9, 20, 21 และ 22 บนกริดสตาร์ท
ขณะที่กริดสตาร์ทในรุ่น อันเดอร์โบน 130 ซี.ซี. โพลโพซิชั่นเป็นของ กูปิต้า เกรสน่า วาร์ดาห์น่า
ด้วยเวลา 2 นาที 9.423 วินาที ด้าน วรพงศ์ มาลาหวล นักบิดหนึ่งเดียวของไทยในรุ่นนี้จาก
ไทย ฮอนด้า เรซซิ่ง ซิวอินดับ 4 ในรอบควอลิฟายด้วยเวลา 2 นาที 11.424 วินาที
สำหรับการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ รายการเอเชีย โรด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2014
จะทำการชิงชัยรอบไฟนัลทั้งสิ้น 2 เรซ ทั้งช่วงเช้าและบ่าย โดยจะมีการถ่ายทอดสดการแข่งขัน
ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ทางช่องไทยรัฐทีวี HD32
ในวันที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 13:00 – 16:30 น.
ที่มา: Motorcycle Magazine
ฮอนด้า ประกาศปรับปรุงยกระดับคุณภาพ รถรุ่น CB650F (บางคันอาจมีอาการสตาร์ทไม่ติด)
ท่านลูกค้า Honda BigWing ที่เคารพ
บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า ใคร่ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การอุปการะคุณและเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ
ของทาง Honda BigWing มาโดยตลอด และเพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้รับความพึงพอใจผ่านผลิตภัณฑ์
และบริการหลังการขายอย่างสูงสุด บริษัทฯ ใคร่ขอแจ้งข้อมูลการปรับปรุงคุณภาพรถจักรยานยนต์รุ่น CB650F
อันเนื่องมาจากการตรวจสอบพบว่ารถ CB650F บางคันอาจมีอาการสตาร์ทไม่ติด
เนื่องจากความบกพร่องของชุดสายไฟย่อยส่วนหน้า (Front Sub Harness)
ทั้งนี้เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของท่าน ทางโชว์รูมและศูนย์บริการ Honda BigWing
จึงใคร่ขอเรียนเชิญท่านนำรถเข้าทำการตรวจเช็คและแก้ไข ซึ่งทางศูนย์ฯ จะได้ทำการเปลี่ยนชุดสายไฟย่อยส่วนหน้า
ที่มีการปรับปรุงแล้วให้กับท่าน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้น โดยจะใช้เวลาในการปรับปรุงคุณภาพประมาณ 1.5 ชั่วโมง
ท่านสามารถตรวจสอบเลขตัวถังของรถ CB650F ที่อยู่ในขอบข่ายของการปรับปรุงยกระดับคุณภาพได้จากตารางด้านล่างนี้
รุ่น: CB650FAE (รุ่นแน็กเก็ต)
หมายเลขตัวถัง: MLHRC7579E5000003 – MLHRC7572E5001722
(ดูเฉพาะเลข 6 หลักหลัง)
สำหรับท่านลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถ CB650F ตามตารางด้านบน ท่านจะได้รับการติดต่อจากโชว์รูมและศูนย์บริการ
Honda BigWing ที่ท่านได้ซื้อมา เพื่อเรียนเชิญและนัดหมายท่านในการนำรถเข้าตรวจสอบและ
รับการแก้ไขปัญหาให้เป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้โชว์รูมและศูนย์บริการ Honda BigWing
อาจใช้เวลาระยะหนึ่งในการนัดหมายท่านลูกค้าได้ครบทั้งหมด จึงกราบขออภัยในความไม่สะดวก
ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ, โชว์รูม และศูนย์บริการ Honda BigWing จะเร่งแก้ไขปัญหาข้างต้นให้กับลูกค้าทุกท่านโดยเร็ว
เพื่อส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดในคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขายให้แก่ลูกค้าทุกท่าน
ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญที่ฮอนด้าได้ยึดมั่นมาโดยตลอด
จึงเรียนมาเพื่อทราบ และกราบขออภัยในความไม่สะดวก
ที่มา: Honda BigBike
Read more »
บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า ใคร่ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การอุปการะคุณและเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ
ของทาง Honda BigWing มาโดยตลอด และเพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้รับความพึงพอใจผ่านผลิตภัณฑ์
และบริการหลังการขายอย่างสูงสุด บริษัทฯ ใคร่ขอแจ้งข้อมูลการปรับปรุงคุณภาพรถจักรยานยนต์รุ่น CB650F
อันเนื่องมาจากการตรวจสอบพบว่ารถ CB650F บางคันอาจมีอาการสตาร์ทไม่ติด
เนื่องจากความบกพร่องของชุดสายไฟย่อยส่วนหน้า (Front Sub Harness)
ทั้งนี้เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของท่าน ทางโชว์รูมและศูนย์บริการ Honda BigWing
จึงใคร่ขอเรียนเชิญท่านนำรถเข้าทำการตรวจเช็คและแก้ไข ซึ่งทางศูนย์ฯ จะได้ทำการเปลี่ยนชุดสายไฟย่อยส่วนหน้า
ที่มีการปรับปรุงแล้วให้กับท่าน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้น โดยจะใช้เวลาในการปรับปรุงคุณภาพประมาณ 1.5 ชั่วโมง
ท่านสามารถตรวจสอบเลขตัวถังของรถ CB650F ที่อยู่ในขอบข่ายของการปรับปรุงยกระดับคุณภาพได้จากตารางด้านล่างนี้
รุ่น: CB650FAE (รุ่นแน็กเก็ต)
หมายเลขตัวถัง: MLHRC7579E5000003 – MLHRC7572E5001722
(ดูเฉพาะเลข 6 หลักหลัง)
สำหรับท่านลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถ CB650F ตามตารางด้านบน ท่านจะได้รับการติดต่อจากโชว์รูมและศูนย์บริการ
Honda BigWing ที่ท่านได้ซื้อมา เพื่อเรียนเชิญและนัดหมายท่านในการนำรถเข้าตรวจสอบและ
รับการแก้ไขปัญหาให้เป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้โชว์รูมและศูนย์บริการ Honda BigWing
อาจใช้เวลาระยะหนึ่งในการนัดหมายท่านลูกค้าได้ครบทั้งหมด จึงกราบขออภัยในความไม่สะดวก
ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ, โชว์รูม และศูนย์บริการ Honda BigWing จะเร่งแก้ไขปัญหาข้างต้นให้กับลูกค้าทุกท่านโดยเร็ว
เพื่อส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดในคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขายให้แก่ลูกค้าทุกท่าน
ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญที่ฮอนด้าได้ยึดมั่นมาโดยตลอด
จึงเรียนมาเพื่อทราบ และกราบขออภัยในความไม่สะดวก
ที่มา: Honda BigBike
รีวิว ฮอนด้า มูฟ (Honda MOOVE)
เว็บไซต์ GreatBiker.com ที่รวบรวมข่าวสารและคอมมูนิตี้ของคนรักมอเตอร์ไซค์
ได้เขียนรีวิวถึงรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดของเรา Honda MOOVE
ที่เป็นรถจักรยานยนต์รุ่นประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับใครที่กำลังมองหามอเตอร์ไซค์คันใหม่ อยากรับ Honda MOOVE ไว้ในอ้อมใจ
ก็เข้าไปอ่านดูกันเล้ยยยย...รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน!!
อ่านได้ที่: http://www.greatbiker.com/รีวิว-honda-moove/
ที่มา: Honda Motorcycle Thailand
Read more »
ได้เขียนรีวิวถึงรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดของเรา Honda MOOVE
ที่เป็นรถจักรยานยนต์รุ่นประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับใครที่กำลังมองหามอเตอร์ไซค์คันใหม่ อยากรับ Honda MOOVE ไว้ในอ้อมใจ
ก็เข้าไปอ่านดูกันเล้ยยยย...รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน!!
อ่านได้ที่: http://www.greatbiker.com/รีวิว-honda-moove/
ที่มา: Honda Motorcycle Thailand
กิจกรรมตามล่าสุดขอบฟ้า ค้นหามอเตอร์ไซค์ย้อนยุค
วันมีรถเก่า เก๋าๆ ไม่ว่าจะ C70, Wave100, Wave Z, Nova-s หรืออื่นๆ
อย่าเก็บไว้ดูคนเดียว เพียงแค่อัพโหลดรูปรถ สำเนาทะเบียน และกรอกรายละเอียดตามลิ้ง
ให้ครบถ้วน ก็มีสิทธิ์ได้บินไปเที่ยวญี่ปุ่นฟรีๆ กับฮอนด้าหมดเขตร่วมสนุก 15 มีนาคม นี้
รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก
>> http://www.aphonda.co.th/bikeoldie/
ที่มา: Honda Motorcycle Thailand
Read more »
อย่าเก็บไว้ดูคนเดียว เพียงแค่อัพโหลดรูปรถ สำเนาทะเบียน และกรอกรายละเอียดตามลิ้ง
ให้ครบถ้วน ก็มีสิทธิ์ได้บินไปเที่ยวญี่ปุ่นฟรีๆ กับฮอนด้าหมดเขตร่วมสนุก 15 มีนาคม นี้
รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก
>> http://www.aphonda.co.th/bikeoldie/
ที่มา: Honda Motorcycle Thailand
Honda BigWing เขาค้อ - เชียงใหม่ วันที่ 28-31 มกราคม 2558
โครงการเติมฝัน ปันรอยยิ้มให้น้อง ในวันที่ 28-31 มกราคม 2558
รับสมัครเพียง 10 ท่าน ท่านละ 2,000 บาท เท่านั้น
ติดต่อ คุณชัยธัช วิไลมงคล (กาน) 098-876-6797
ระยะทางกว่า 2,700 กิโลเมตร จะกี่ร้อยโค้ง อากาศจะหนาวเหน็บสักแค่ไหน
ก็ไม่อาจหยุดเหล่าสาวก Honda BigBike ผู้ที่หลงไหลมนต์เสน่ห์ของโลกแห่ง 2 ล้อ
ที่พร้อมจะขับเคลื่อนเดินทางไปมอบความสุขให้กับเด็กด้อยโอกาสในจังหวัดเชียงใหม่
พื้นที่ที่เต็มไปด้วยความกันดาร อากาศเหน็บหนาว ความเมื่อยล้า และอุปสรรคที่พร้อมจะเกิดขึ้น
ได้ตลอดระยะเวลาการเดินทาง ก็ไม่อาจหยุดความตั้งใจของเหล่าไบค์เกอร์ได้
ร่วมติดตามและลุ้นไปกับการเดินทางเพื่อสัมผัสประสบการณ์อันสุดแสนพิเศษครั้งนี้กับพวกเราได้ที่
https://www.facebook.com/HondaBigBikeTH
ที่มา: Honda BigBike
Read more »
รับสมัครเพียง 10 ท่าน ท่านละ 2,000 บาท เท่านั้น
ติดต่อ คุณชัยธัช วิไลมงคล (กาน) 098-876-6797
ระยะทางกว่า 2,700 กิโลเมตร จะกี่ร้อยโค้ง อากาศจะหนาวเหน็บสักแค่ไหน
ก็ไม่อาจหยุดเหล่าสาวก Honda BigBike ผู้ที่หลงไหลมนต์เสน่ห์ของโลกแห่ง 2 ล้อ
ที่พร้อมจะขับเคลื่อนเดินทางไปมอบความสุขให้กับเด็กด้อยโอกาสในจังหวัดเชียงใหม่
พื้นที่ที่เต็มไปด้วยความกันดาร อากาศเหน็บหนาว ความเมื่อยล้า และอุปสรรคที่พร้อมจะเกิดขึ้น
ได้ตลอดระยะเวลาการเดินทาง ก็ไม่อาจหยุดความตั้งใจของเหล่าไบค์เกอร์ได้
ร่วมติดตามและลุ้นไปกับการเดินทางเพื่อสัมผัสประสบการณ์อันสุดแสนพิเศษครั้งนี้กับพวกเราได้ที่
https://www.facebook.com/HondaBigBikeTH
ที่มา: Honda BigBike
ปลุกชีพฮอนด้า 350 กลับมาอีกครั้ง (JAN SALLINGS’ HONDA 350)
I“Jan Sallings” ปลุกชีพคุณปู่ “Honda 350” ปี 1973 อีกครั้ง
โดยได้ทำการเชื่อมเฟรมผสานตัวถังใหม่ทั้งหมด... “Jan” เลือกใช้ถังของ
“Benelli Mojave” ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ค่อนข้างหายากในยุคนี้ ตกแต่งด้วยอะลูมิเนียม
แฮนด์บาร์แบบ "Clip-On" ปลอกแฮนด์ทำจากไม้ ไฟหน้ายืมมาจาก
“Honda Scrambler 350” ปี 1960
ตำแหน่งแฮนด์เป็นแบบจับโช้คขนาดเล็กใต้แผงคอ
“Jan” ยกเครื่องใหม่ทั้งหมด ขัดเงา เฟรม ตะเกียบคู่หน้า เครื่องยนต์ หรือแม้กระทั่งล้อซี่ลวด
ท่อไอเสียงานแฮนด์-เมดจาก “pièce de résistance”
ปิดท้ายด้วยไฟท้ายและไฟชุดเล็กจาก “Chevy 1952”
ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล: bangkokmotorbikefestival.com
Read more »
โดยได้ทำการเชื่อมเฟรมผสานตัวถังใหม่ทั้งหมด... “Jan” เลือกใช้ถังของ
“Benelli Mojave” ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ค่อนข้างหายากในยุคนี้ ตกแต่งด้วยอะลูมิเนียม
แฮนด์บาร์แบบ "Clip-On" ปลอกแฮนด์ทำจากไม้ ไฟหน้ายืมมาจาก
“Honda Scrambler 350” ปี 1960
ตำแหน่งแฮนด์เป็นแบบจับโช้คขนาดเล็กใต้แผงคอ
“Jan” ยกเครื่องใหม่ทั้งหมด ขัดเงา เฟรม ตะเกียบคู่หน้า เครื่องยนต์ หรือแม้กระทั่งล้อซี่ลวด
ท่อไอเสียงานแฮนด์-เมดจาก “pièce de résistance”
ปิดท้ายด้วยไฟท้ายและไฟชุดเล็กจาก “Chevy 1952”
ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล: bangkokmotorbikefestival.com
Subscribe to:
Posts (Atom)






























